ชมทุ่งดอกไม้งามที่ป่าภูสอยดาว
ภูสอยดาว เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ชึ้นชื่อในด้านความงดงามชของธรรมฃาติที่มีการผสมผสานไว้ได้วยเรื่องราวของป่าสน ทุ่งหญ้า และความมหัศจรรย์ของทุ่งดอกไม้ ที่ผลิบานในช่วงฤดูฝน ซึ่งจะเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะพบกับภาพความสวยงามพร้อมๆ กันหลายอย่าง เช่น สายน้ำตก ภาพดอกไม้ หรือทุ่งดอกไม้ที่ผลิบานตามวงรอบช่วงฤดูกาล
ดอกไม้กลางลานสน
สาวน้อยเสื้อแดงในทุ่งดอกหงอนนาค
หากว่าเราได้เลือกค้นหาธรรมชาติในช่วงรอยต่อของฤดูกาลที่เรามักรู้จักกันในช่วงปลายฝนต้นหนาว ที่สภาพอากาศจะเอื้อต่อการท่องเที่ยวและเป็นช่วงืที่ดอกไม้ในธรรมฃาติสวยสมบูรณ์ที่สุด ลักษณะดอกไม้ในช่วงปลายฝนต้นหนาวมักเป็นประเภทดอกไม้บนลานหินทราย รอยต่อแห่งฤดูกาลจะได้พบกับดอกไม้ในธรรมชาติที่เกิดขึ้นอย่างสวยงามและสมบูรณ์ แต่ละที่แต่ละแห่งจะพบดอกไม้ที่ต่างชนิดกัน ความสวยงามจึงต่างกันในขนาดของดอก สีสัน ปริมาณ และสภาพภูมิประเทศด้วย
เมื่อถึงที่ราบจะเป็นทุ่งหญ้าลานสน
ป่าสน ทุ่งดอกไม้ แค้มป์พัก
ช่วงปลายฝนอย่างนี้ สภาพธรรมชาติที่ภูสอยดาวซึ่งเคยพบทุ่งดอกหงอนนาคที่เคยเบ่งบานเต็มท้องทุ่ง ก็เริ่มเหี่ยวเฉาลงไปบ้าง ดอกไม้อย่างอื่นก็เริ่มมีทดแทนขึ้นมาบ้าง สร้างความสวยงามได้อย่างต่อเนื่อง นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชมหมู่ดอกไม้ในป่าธรรมชาติได้ตลอดฤดูกาล
ช่างภาพมือโปรดอกหงอนาคสีขาว
ทุ่งดอกไม้กลางป่าสน
เส้นทางท่องเที่ยวภูสอยดาว ได้เริ่มขึ้นที่น้ำตกภูสอยดาวที่ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 1268 ลักษณะของน้ำตกภูสอยดาวเป็นสายน้ำที่ไหลมาจากผืนป่าที่สมบูรณ์จากยอดเขา สายน้ำตกมีอยู่หลายชั้นไหลลดหลั่นมาจากแนวป่าที่ร่มครึ้ม
แค้มป์พักในคืนเดือนเพ็ญ
น้ำตกภูสอยดาว
จากจุดเริ่มต้นเดินเท้าจะมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว นักท่องเที่ยวสามารถหาลูกหาบได้ที่แห่งนี้
เริ่มต้นการเดินเท้า เราจะพบกับ “เนินส่งญาติ” เป็นเนินเขาที่สูงชันยาวหลายร้อยเมตร ตอนหลังก็มีทางเลี่ยงโดยเดินทวนสายน้ำตก แล้วตัดขึ้นสันเขา จะไม่ชันเท่ากับเส้นทางดั้งเดิม
น้ำตกภูสอยดาว
น้ำตกภูสอยดาว
เมื่อพ้นเนินส่งญาติมาแล้ว เราก็มาพบกับ “เนินปราบเซียน” เป็นเนินเขาสูงชันที่ไต่ไปตามสันเขา มีหุบทั้งสองฝั่ง ด้านซ้ายเป็นห้วยน้ำพาย ต้นกำเนิดน้ำตกภูสอยดาว ทางด้านขวาเป็นลำน้ำภาค ที่แบ่งรอยต่อระหว่างพิษณุโลกกับอุตรดิตถ์
เทือกเขาภูสอยดาวที่สูง 2,000 กว่าเมตร
แค้มป์ท่ามกลางสายหมอก
จนกระทั่งมาพบกับ “เนินเสือโคร่ง” ฟังเชื่อแล้วน่าเกรงขามไม่น้อยทีเดียว แล้วมาถึงเป้าหมายสำคัญที่ “เนินมรณะ” เป็นเนินที่สูงชันมาก ยิ่งเป็นช่วงปลายของการเดินป่าทำให้เหนื่อยล้ามากยิ่งขึ้น จนเมื่อพ้นนี้แล้ว เราก็มาพบกับทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ และป่าสนที่สวยงามของลานป่าสนภูสอยดาว ซึ่งใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 5 ชั่วโมง
พระจันทร์โผล่จับขอบฟ้าเหนือยอดภูสอยดาว
เทือกภูสอยดาว
จุดตั้งแค้มป์จะถูกกำหนดไว้โดยทางอุทยานฯ วันแรกเราก็พักผ่อนตามอัธยาศัย ช่วงเย็นก็ไปชมพระอาทิตย์ตกที่ริมหน้าผา ถ้าสภาพอากาศเปิดก็จะได้ชมภาพธรรมชาติที่สวยงาม ทั้งวิวด้านล่าง และวิวป่าสน
แค้มป์ท่ามกลางสายหมอกในป่าสน
ดอกเอนอ้าหญ้าน้ำค้าง
เช้าวันรุ่งขึ้น จะเป็นวันที่เราเดินเที่ยวชมธรรมชาติบนลานภูสอยดาวที่อยู่ในระดับความสูงประมาณ 1,600 เมตร จากระดับน้ำทะเล มีลักษณะเป็นป่าสน ยามหน้าฝนจะพบดอกหงอนนาคอยู่ทั่วท้องทุ่ง รวมทั้งดอกไม้อื่นๆ อีกหลายชนิด เราสามารถเดินตามเส้นทางลำลองบนทุ่งหญ้าไปได้ โดยไม่ต้องกลัวหลง พื้นที่บางส่วนติดต่อกับประเทศลาว สภาพป่าบางส่วนเป็นป่าดิบไปจรดเชิงเขาสูงที่มียอดสูงสุด 2,102 เมตร จากระดับน้ำทะเล
ทุ่งดอกหงอนนาคในป่าสนและป่าหมอก
ทุ่งดอกหงอนนาคทุ่งดอกหงอนนาคที่แน่นขนัดอยู่ในเขตพื้นที่ลาว
เส้นทางท่องธรรมชาติชมหมู่ดอกไม้ป่าที่ผลิบานในช่วงฤดูฝน ดอกหงอนนาคจะเป็นดอกไม้ที่โดดเด่นเป็นพิเศษ เพราะสามารถพบเห็นได้เต็มทุ่งหญ้า จะมีบางจุดที่เราต้องตื่นตะลึงกับความอลังการของทุ่งดอกหงอนนาคที่ขึ้นกันหนาแน่น เท่าที่เคยเที่ยวมาก็ไม่เคยเห็นที่ไหนสวยงามเท่ากับภูสอยดาวอีกแล้ว
แค้มป์พักแรมที่ลานสน
ทุ่งดอกไม้ที่บานสน ฉากหลังเป็นยอดสูงสุดของภูสอยดาว
เมื่อสายฝนผ่านไปจนถึงช่วงสุดท้าย สภาพธรรมชาติที่ลานป่าสนก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไป ดอกหงอนนาคเริ่มเหี่ยวเฉาและบางตาลง กลับจะมีดอกสีเหลืองขึ้นมาหนาแน่น ดูแล้วจะเป็นพืชตระกูลถั่ว ได้สร้างสีสันขึ้นมาอีกโทนหนึ่งให้กับผืนป่าสีเขียวนี้
หญ้าน้ำค้าง เป็นพืชกินแมลง
ตั๊กแตนในพงหญ้า
ดอกหงอนนาค
มุมมองเล็กๆ ที่ยังมีดอกไม้ป่าสีชมพูที่ขึ้นทมาทดแทนและแซมสลับอยู่กับดอกไม้สีเหลืองหรือดอกหงอนนคา จะมีลักษณะใกล้เคียงกับชมพูเชียงดาว ผู้เชี่ยวชาญทางด้านพรรณไม้ก็ยืนยันว่าเป็น “ชมพูเชียงดาว” อย่างแน่นอน ซึ่งเราเคยพบที่ดอยเชียงดาว แต่ไม่เยอะเท่ากับภูสอยดาว ที่แห่งนี้เยอะจนกลายเป็นเรื่องธรรมชาติไปเลย
ทุ่งดอกหงอนนาคที่เบียดเสียดใต้ป่าสน
นอกจากนี้ยังมี น้ำตกสายทิพย์ ที่อยู่ใกล้กับที่พัก เราสามารถเดินเที่ยวได้ครบทุกชั้น เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มีลีลาที่สวยงามเขียวขจีไปโขดหินและแนวป่าในร่องหุบห้วย
หยดน้ำบนดอกไม้
หลักเขตแดนบนภูสอยดาว
ภูสอยดาว จึงจัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติของทุ่งดอกไม้ที่สมบูรณ์อีกแห่งหนึ่งในเมืองไทย ที่มีความงดงามของดอกไม้หลากชนิด ที่ผลัดเปลี่ยนกันผลิบานนับจากช่วงฤดูฝนจนถึงย่างเข้าฤดูหนาว ที่เราสามารถเที่ยวชมกันได้อย่างเต็มอิ่ม ได้ตามช่วงฤดูกาลที่เหมาะสม
ยามพลบค่ำที่ภูสอยดาว
พระจันทร์ทอดแสงท่ามกลางป่าสน
ข้อมูลการเดินทาง
การเดินทางสู่ภูสอยดาว สามารถเดินทางได้หลายเส้นทาง หากจะให้สะดวกควรเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว หรือหาเช่ารถตู้จะสะดวกที่สุด ส่วนเส้นทางการเดินทางมีดังนี้
1.กรุงเทพฯ-อุตรดิตถ์ แล้วใช้เส้นทางอุตรดิตถ์-น้ำปาด-บ้านห้วยมุ่น แล้วไปถึง กม.62 ในเส้นทางสาย1268 จะถึงน้ำตกภูสอยดาว
2.กรุงเทพฯ-พิษณุโลก ต่อจากนั้นใช้เส้นทางพิษณุโลก-หล่มสัก เข้านครไทย-ชาติตระการ-บ้านบ่อภาค ไปออกเส้นทาง1268 เลี้ยวซ้ายไปจนถึง กม.62 น้ำตกภูสอยดาว
3.กรุงเทพฯ-หล่มสัก ต่อจากนั้นให้ใช้เส้นทางสายหล่มสัก-ด่านซ้าย-นาแห้ว ใช้เส้นทาง 1268 จนถึงกม.62 น้ำตกภูสอยดาว
ช่วงฤดูกาลที่เหมาะสม สามารถชมทุ่งดอกไม้ได้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม จนถึงต้นเดือนพฤศจิกายน
การติดต่อ อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว โทร.055-436-001-2
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น